การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย สร้างบาลานซ์และความมั่นใจทีละก้าว

Browse By

การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย คือวิธีการฝึกที่เน้น “บาลานซ์และความมั่นใจ” เป็นหลัก มากกว่าจะรีบไปสู่ท่าโหด ๆ บนคานสูงในทันที คานทรงตัวเตี้ย (low beam) ทำหน้าที่เหมือนสนามซ้อมที่ปลอดภัย ให้ผู้ฝึกได้ลองเดิน ยืน หมุนตัว และเปลี่ยนทิศบนแผ่นคานแคบ ๆ จนสมองและกล้ามเนื้อคุ้นเคย ก่อนจะค่อย ๆ ขยับไปสู่ระดับที่สูงและยากขึ้นในอนาคต

ยุคนี้สายกีฬาไม่ได้อยู่แค่ในยิม หลายคนซ้อมเสร็จจากคานก็ไปดูแมตช์กีฬาที่ชอบ หรือนั่งพักสายตาพร้อมลุ้นความบันเทิงสายสปอร์ตออนไลน์ผ่านเว็บรวมเกม–กีฬาอย่าง ยูฟ่าเบท แล้วค่อยกลับมาลุยซ้อมในวันถัดไป ชีวิตเลยกลายเป็นจังหวะสลับกันระหว่าง “ดูคนอื่นโคตรบาลานซ์บนหน้าจอ” กับ “ฝึกบาลานซ์ของตัวเองบนคานจริง ๆ” แบบกลมกลืน

บทความนี้จะโฟกัสที่ “หนึ่งวิธีการฝึก” แบบเต็ม ๆ คือ การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย เราจะพาไปดูทั้งแนวคิดความปลอดภัย การเตรียมตัว ดริลล์พื้นฐาน ดริลล์ยกระดับ ตัวอย่างโปรแกรมฝึกสัปดาห์ และ FAQ สำหรับทั้งโค้ช ผู้ปกครอง และคนที่อยากเริ่มฝึกเองอย่างถูกต้อง


ทำไมต้องเริ่มที่คานทรงตัวเตี้ย ก่อนคานสูง

ก่อนจะขึ้นไปเดินบนคานสูง ถ้าขึ้นไปแบบ “ใจยังไม่พร้อม ขายังไม่คุ้น” โอกาสหลุดตกแล้วเสียความมั่นใจมีสูงมาก การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจึงเป็นเหมือนสนามฝึกกลาง ที่ช่วยให้พัฒนาทีละขั้นโดยไม่กดดันจนเกินไป

จุดเด่นของคานทรงตัวเตี้ยคือ

  • เสี่ยงบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะสูงจากพื้นไม่มาก หากหลุดก็ยังอยู่ในระดับที่เบาะช่วยรองรับได้ดี
  • โฟกัสที่เทคนิคแท้ ๆ ไม่ต้องเอาสมองไปกังวลเรื่องความสูงมากเกินไป
  • เหมาะกับทุกวัย เด็กเล็ก ผู้เริ่มต้น หรือแม้แต่นักยิมระดับสูงที่อยากรีเซ็ตเทคนิค ก็ใช้คานเตี้ยฝึกได้

คิดง่าย ๆ ว่า low beam คือเวทีซ้อมที่ให้เรา “ลองผิดลองถูกแบบไม่ต้องกลัวสูง”


หลักคิดความปลอดภัยในการฝึกบนคานทรงตัวเตี้ย

การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย แม้จะเตี้ยกว่าแต่ก็ไม่ควรมองว่า “ปลอดภัยแน่นอน” จนละเลยพื้นฐานความปลอดภัย

สิ่งที่ต้องเช็กเสมอคือ

  • พื้นต้องปูเบาะ รอบคานควรมีเบาะรองรับ แม้คานจะเตี้ยแต่การพลิกตกผิดมุมก็เจ็บได้
  • คานต้องไม่ลื่น ผิวหน้าคานควรสะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่นหรือเหงื่อเกาะ
  • รองเท้าหรือเท้าเปล่า ส่วนมากฝึกเท้าเปล่าจะรู้สึกกับผิวคานได้ดีที่สุด แต่ต้องมั่นใจว่าพื้นสะอาดและไม่มีของแหลม
  • ห้ามวิ่งเล่นใกล้ ๆ คาน พื้นที่รอบคานควรโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง

เมื่อตั้งหลักเรื่องความปลอดภัยได้แล้ว เราก็ค่อยลงลึกเรื่องดริลล์สนุก ๆ บนคานกัน


เตรียมร่างกายก่อนขึ้นคาน: วอร์มอัปเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก

ถึงคานจะเตี้ย แต่การทรงตัวบนแผ่นแคบ ๆ ต้องใช้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ รอบข้อเท้า เข่า และสะโพกทำงานหนักกว่าปกติ

วอร์มอัปพื้นฐาน (ประมาณ 5–10 นาที)

  • เดินบนพื้นปกติไป–กลับ 2–3 รอบ
  • เดินเขย่งปลายเท้า และเดินลงส้น
  • หมุนข้อเท้า ข้างละ 10–15 รอบ
  • หมุนสะโพก เข่า และข้อมือ (เพราะบางดริลล์มีการใช้มือบนคาน)

ปลุกระบบบาลานซ์เบื้องต้น

  • ยืนขาเดียว 10–15 วินาทีต่อข้าง บนพื้นราบ
  • หลับตาแล้วลองยืนขาเดียว (ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจให้มีคนคอยเซฟ)

เมื่อร่างกายเริ่มอยู่กับการ “เสียบาลานซ์เล็ก ๆ” ได้ เราถึงจะขึ้นไปซ้อมบนคานอย่างสบายใจมากขึ้น


ดริลล์พื้นฐานบนคานทรงตัวเตี้ย: เริ่มจาก “เดินให้สวย” ก่อนท่าอื่น

การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจะเริ่มจากสิ่งที่ดูง่ายที่สุด คือ “การเดิน” แต่ไม่ใช่เดินชิล ๆ แบบบนพื้น เพราะทุกก้าวต้องทั้งโฟกัสและเก็บดีเทล

ดริลล์ที่ 1: เดินหน้า–ถอยหลังบนคาน

เป้าหมาย: ทำให้สมองคุ้นกับความแคบของคาน และรู้วิธีเอาน้ำหนักไปลงที่เท้าอย่างนุ่มนวล

วิธีฝึก

  • ขึ้นไปยืนบนคาน มองไปด้านหน้า
  • เดินไปข้างหน้าช้า ๆ ทีละก้าว ปลายเท้าหน้าแตะส้นเท้าหลัง (แบบเดินตัวตรง)
  • ถึงปลายคานแล้วหยุด หายใจเข้า–ออกช้า ๆ
  • เดินถอยหลังกลับ โดยโฟกัสที่ “รู้สึก” ถึงความกว้างของคานด้วยฝ่าเท้า

จุดสำคัญคือ “อย่ามองเท้าตลอดเวลา” ให้ฝึกใช้สายตาเหลือบลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ให้มองไปข้างหน้า เพื่อเลียนแบบสถานการณ์จริงเวลาขึ้นแข่งขัน

ดริลล์ที่ 2: เดินกางแขน – ควบคุมบาลานซ์แบบคลาสสิก

ดริลล์นี้ใช้ท่า “กางแขน” ที่ทุกคนนึกออกเวลาเห็นคนเดินบนคาน

  • กางแขนออกด้านข้างในระดับไหล่
  • เดินหน้า–ถอยหลังแบบดริลล์แรก
  • ถ้ารู้สึกเอียง ลองใช้แขนข้างหนึ่งยกสูงอีกข้างลดลง ช่วยปรับสมดุล

การใช้แขนอย่างฉลาดช่วยลดโอกาสตก และเป็นสกิลที่ใช้จริงเวลาต้องแก้บาลานซ์กะทันหัน

ดริลล์ที่ 3: หยุด–เดิน–หยุด

เพื่อฝึก “การคุมตัวให้หยุดนิ่ง” ไม่ใช่แค่เดินไปเรื่อย ๆ

  • เดินบนคาน 2 ก้าว → หยุดนิ่ง 2 วินาที
  • เดินอีก 2 ก้าว → หยุดอีก 2 วินาที
  • ทำจนสุดคานแล้วเดินกลับ

ท่านี้สะท้อนสถานการณ์จริงที่นักยิมต้องหยุดในบางจุดเพื่อโพสท่าหรือเตรียมเข้าสู่ท่าถัดไป


ดริลล์ยกระดับ: ทรงตัวขาเดียว ย่อเข่า และเปลี่ยนระดับ

เมื่อเดินพื้นฐานเริ่มนิ่งแล้ว การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจะเพิ่มความท้าทายทีละน้อย

ดริลล์ที่ 4: ทรงตัวขาเดียวบนคาน

เป้าหมาย: สร้างเสถียรภาพรอบข้อเท้า เข่า และสะโพก

  • ยืนบนคานด้วยสองเท้า
  • ค่อย ๆ ยกขาข้างหนึ่งขึ้น เหยียดไปด้านหน้า/ด้านหลัง หรือวางแค่ยกเข่า
  • ค้างไว้ 5–10 วินาที แล้วสลับข้าง

สำหรับเด็กเล็กหรือผู้เริ่มต้น อาจให้จับมือโค้ชในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดการพึ่งพา

ดริลล์ที่ 5: ย่อเข่า (Plie/Small Squat) บนคาน

  • ยืนเท้าห่างกันเล็กน้อยบนคาน
  • ย่อเข่าลงเล็กน้อยเหมือนจะนั่งเก้าอี้เตี้ย ๆ แล้วดันตัวกลับขึ้น
  • โฟกัสที่เข่าไม่เกินปลายเท้ามากเกินไป และลงน้ำหนักเต็มฝ่าเท้า

ท่านี้ช่วยเสริมกำลังต้นขาและบังคับให้ควบคุมศูนย์ถ่วงกลางลำตัวให้ดี

ดริลล์ที่ 6: ขึ้น–ลง คานอย่างควบคุม

การขึ้นและลงจากคานอย่างนิ่มนวลก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย

  • ฝึกก้าวขึ้นคานจากด้านข้าง → ยืนตั้งหลัก → ก้าวลงอย่างนุ่มนวล
  • หลีกเลี่ยงการกระโดดลงโดยไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น
  • โฟกัสที่การลงส้นเท้านุ่ม ๆ เข่างอเล็กน้อย

ท่าขึ้น–ลงสวย ๆ มักถูกมองข้าม แต่ในสายตากรรมการถือเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ของชุดท่า


ดริลล์การหมุนตัวและเปลี่ยนทิศบนคานเตี้ย

เมื่อเดินและยืนได้คล่องแล้ว ก็ถึงเวลาเพิ่ม “ความซับซ้อน” แบบสนุก ๆ

ดริลล์ที่ 7: หมุนตัว 90 องศา และ 180 องศา

  • ยืนหันหน้าไปทิศทางเดียวกับคาน
  • หมุนตัวเล็ก ๆ 90 องศาไปด้านข้าง แล้วหมุนกลับ
  • เมื่อเริ่มชิน ลองหมุน 180 องศาเปลี่ยนจากหันหน้าไปข้างหน้าเป็นหันกลับหลัง

สิ่งสำคัญคือ “ยกส้นเท้าขึ้นนิดหน่อย” เพื่อให้การหมุนลื่น ไม่ฝืนข้อเท่า

ดริลล์ที่ 8: เดินหน้า–หมุน–ถอยหลัง

ท่านี้จำลองแพทเทิร์นของท่าจริงในชุดแข่ง

  • เดินหน้า 3–4 ก้าว
  • หมุนตัว 180 องศา
  • เดินถอยหลังกลับ 3–4 ก้าว

ระหว่างฝึกดริลล์พวกนี้ บางคนอาจใช้ช่วงพักสั้น ๆ แอบเช็กผลกีฬา หรือส่องโปรฯ กิจกรรมสายสปอร์ตในเว็บโปรดของตัวเอง เช่นแวะดูอะไรสนุก ๆ บน ทางเข้า UFABET ล่าสุด สักนิด แล้ววางมือถือกลับมาขึ้นคานซ้อมต่อ ก็เป็นวิธีพักหัวแต่ไม่พักขาแบบคนยุคใหม่ดีเหมือนกัน 😄


ดริลล์เชื่อมท่า: ทำให้คานกลายเป็น “เรื่องราวต่อเนื่อง”

จุดต่างของการเดินเล่นบนคานกับ “ยิมนาสติกจริง ๆ” คือ การเชื่อมท่าหลายท่าเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจึงควรมีช่วงที่ให้ผู้ฝึกลองต่อท่าเอง

ตัวอย่างคอมโบง่าย ๆ

  • ขึ้นคาน → เดินหน้า 3 ก้าว → หยุดโพสท่ากางแขน
  • ทรงตัวขาเดียวข้างขวา 5 วินาที → วางเท้าลง
  • เดินต่ออีก 2 ก้าว → หมุนตัว 180 องศา
  • เดินถอยหลัง → ลงจากคานอย่างนุ่มนวล

จุดนี้โค้ชสามารถให้เด็ก ๆ หรือผู้ฝึกคิดคอมโบของตัวเอง จะช่วยเพิ่มความสนุกและความเป็นเจ้าของท่า ทำให้รู้สึกว่าบนคานมี “สไตล์ของเราเอง”


ตัวอย่างโปรแกรมฝึก 4 สัปดาห์ ด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย

เพื่อให้เห็นภาพว่า การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ใช้เป็นโปรแกรมจริง ๆ ได้ยังไง ลองดูตัวอย่างนี้ (สัปดาห์ละ 2–3 วัน)

สัปดาห์ที่ 1 – ทำความคุ้นเคยกับคาน

โฟกัส: เดินหน้า–ถอยหลัง, กางแขน, หยุด–เดิน–หยุด

  • แต่ละเซสชันฝึกดริลล์เดิน 10–15 นาที
  • เน้นให้ผู้ฝึก “ไม่เกร็งเกินไป” และหายใจเป็นจังหวะ

สัปดาห์ที่ 2 – เพิ่มท่าทรงตัวและย่อเข่า

โฟกัส: ทรงตัวขาเดียว, ย่อเข่า, ขึ้น–ลงคาน

  • ให้ผู้ฝึกลองขาเดียวทีละข้าง
  • เพิ่มความมั่นใจในการขึ้น–ลงอย่างนุ่มนวล

สัปดาห์ที่ 3 – เริ่มหมุนและเปลี่ยนทิศ

โฟกัส: หมุน 90/180 องศา, เดินหน้า–หมุน–ถอยหลัง

  • ฝึกหมุนทีละน้อย ก่อนจะเพิ่มความเร็ว
  • สอนการแก้บาลานซ์ด้วยแขนและสายตา

สัปดาห์ที่ 4 – เชื่อมท่าเป็นคอมโบเล็ก ๆ

โฟกัส: ต่อ 3–5 ท่าติดกันบนคานเตี้ย

  • ให้ผู้ฝึกออกแบบคอมโบเอง 1–2 แบบ
  • โค้ชช่วยปรับฟอร์ม ให้ลื่นและปลอดภัย

ถ้าผู้ฝึกผ่านโปรแกรมนี้ได้อย่างมั่นใจ การขยับไปลองบนคานที่สูงขึ้น (พร้อมเบาะและโค้ช) จะรู้สึกไม่ได้น่ากลัวเท่าวันแรก ๆ ที่ขึ้น


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีแก้

มองเท้ามากเกินไป

ผลคือคอและหลังเกร็ง การทรงตัวเสีย และไม่ชินกับการมองด้านหน้า

วิธีแก้:
ฝึกมองไปข้างหน้าเป็นหลัก ใช้สายตาเหลือบลงเท้าเฉพาะตอนเริ่มต้น หรือจังหวะที่ต้องเช็กตำแหน่งเท้าจริง ๆ

เกร็งทั้งตัวจนขยับไม่ลื่น

บางคนกลัวตก เลยเกร็งจนไม่กล้าแก้บาลานซ์

วิธีแก้:
สอนให้เข้าใจว่า “การแก้บาลานซ์นิด ๆ” เป็นเรื่องปกติ ให้ใช้แขน–ข้อเท้าขยับเล็กน้อยแทนการล็อกตัวแช่แข็ง

ขึ้น–ลงคานแบบกระโดดแรงเกินไป

ทำให้แรงกระแทกไปลงที่เข่าและข้อเท้าโดยไม่จำเป็น

วิธีแก้:
ย้ำหลักการลงพื้นแบบนุ่มนวล งอเข่า และลงเต็มฝ่าเท้า ใช้ดริลล์ขึ้น–ลงคานเฉพาะทางช่วยให้ชิน


ปรับดริลล์คานเตี้ยสำหรับเด็กเล็ก vs ผู้ใหญ่เริ่มต้น

เด็กเล็ก

  • ใช้เกมช่วย เช่น “เดินเป็นหมีบนคาน”, “หยุดโพสท่าเจ้าแม่สายฟ้า”
  • ให้จับมือโค้ชหรือใช้สายเซฟในช่วงแรก
  • ใช้เวลาฝึกสั้น แต่บ่อย เน้นให้สนุกก่อนเก่ง

ผู้ใหญ่เริ่มต้น

  • อธิบายกลไกบาลานซ์ให้เข้าใจ เช่น การใช้ core การเก็บสะโพก
  • ไม่กดดันเรื่องท่าสวยมากในช่วงแรก ให้เป้าหมายอยู่ที่ “ยืนไม่กลัวคาน” ก่อน
  • เพิ่มดริลล์เสริมกำลังเท้า–สะโพกควบคู่ไปด้วย เช่น calf raise, side step

FAQ – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย

ถาม: เด็กอายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฝึกบนคานเตี้ยได้?
ตอบ: โดยทั่วไปเด็กประมาณ 4–5 ขวบก็เริ่มฝึกบนคานเตี้ยได้แล้ว ถ้ามีผู้ใหญ่คอยดูแลและปูเบาะรองรับอย่างดี ช่วงแรกเน้นเดินช้า ๆ และเกมบาลานซ์ง่าย ๆ ก่อน

ถาม: ฝึกบนคานเตี้ยแล้วจะช่วยคานสูงจริง ๆ แค่ไหน?
ตอบ: ช่วยเยอะมาก เพราะ pattern การใช้เท้า เข่า สะโพก และแขนคล้ายกัน ต่างกันหลัก ๆ ที่เรื่องความสูงและความกดดัน หากพื้นฐานบนคานเตี้ยแน่น การย้ายขึ้นคานสูงจะเร็วและปลอดภัยกว่าเริ่มจากศูนย์บนคานสูงโดยตรง

ถาม: ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเล่นยิมมาก่อน ฝึกคานเตี้ยได้ไหม?
ตอบ: ได้ และถือว่าเป็นการฝึกบาลานซ์ที่ดีมากสำหรับผู้ใหญ่ด้วย ช่วยทั้งเรื่องการป้องกันหกล้ม การยืนทำงานนาน ๆ และการเล่นกีฬาอื่นที่ต้องอาศัยการทรงตัว

ถาม: ต้องใช้คานยิมจริง ๆ เท่านั้นไหม? ใช้ขอบพื้นหรือเส้นกาวแทนได้ไหม?
ตอบ: ช่วงแรกการฝึก “เดินบนเส้น” บนพื้นราบ เช่น ใช้เทปแปะพื้นหรือแผ่นไม้แคบ ๆ ก็ช่วยได้ แต่ถ้าจะเอาฟีลลิ่งแบบคานจริง ๆ ทั้งเรื่องความสูงและสัมผัส สุดท้ายการมีคานเตี้ยจริง ๆ จะตอบโจทย์มากกว่า

ถาม: ถ้ากลัวตกมาก ๆ ควรเริ่มยังไงดี?
ตอบ: เริ่มจากการเดินบนเส้นบนพื้นก่อน แล้วขึ้นคานที่เตี้ยมาก ๆ พร้อมเบาะหนา และให้โค้ชเดินขนาบข้างหรือให้เพื่อนยืนคอยช่วยจับมือในช่วงแรก

ถาม: ต้องฝึกสัปดาห์ละกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ตอบ: ถ้าฝึก 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์มักเห็นความต่างชัดเจน ทั้งเรื่องความมั่นใจ การเดินนิ่งขึ้น และการทรงตัวขาเดียวได้ดีขึ้นบนคาน

ถาม: การฝึกบนคานเตี้ยช่วยกีฬาอื่นได้ไหม?
ตอบ: ช่วยแน่นอน ทุกกีฬาที่ต้องใช้บาลานซ์ เช่น ฟุตบอล บาส แบดมินตัน เทนนิส หรือแม้แต่กีฬาเอ็กซ์ตรีม จะได้ประโยชน์จากข้อเท้า–สะโพกที่มั่นคงขึ้นและการคุมศูนย์ถ่วงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน


การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย กับศิลปะของ “การยืนมั่นในพื้นที่แคบ ๆ”

ย้อนกลับมาดูดี ๆ จะเห็นว่า การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ไม่ได้สอนเราแค่ท่ายืนบนไม้แคบ ๆ แต่มันกำลังสอน “ศิลปะของการยืนมั่นในพื้นที่ที่จำกัด”

บนคาน เราต้องรู้จักปล่อยให้เท้าเล็ก ๆ ของเราปรับสมดุลทีละนิด
ต้องรู้จักยอมเอียงเล็ก ๆ เพื่อจะไม่ล้มใหญ่
ต้องยอมรับว่าบางก้าวอาจสั่น แต่ถ้าไม่หยุดเดิน เราก็ยังไปต่อได้

ในชีวิตจริงก็ไม่ต่างกันนัก หลายครั้งพื้นที่ให้เลือกอาจดูแคบ งานที่รับผิดชอบเยอะ ความกดดันสูง เราอาจรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนคานตลอดเวลา การฝึกบาลานซ์บนคานเตี้ยจึงเป็นเหมือนเกมจำลอง ที่ช่วยเตือนว่า

ต่อให้พื้นที่จะแคบแค่ไหน ถ้าเรายังหายใจลึก ๆ กางแขนคุมสมดุล และกล้าก้าวต่อทีละก้าว เราก็มีสิทธิ์เดินไปจนสุดคานในแบบของเราเอง

ระหว่างทาง เราก็ยังแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักสมองจากคานบ้าง จะไปดูแข่งกีฬา ลุ้นแมตช์สนุก ๆ หรือแวะเช็กอะไรมัน ๆ บน สมัคร UFABET ก่อนกลับมาจับคานใหม่ในวันรุ่งขึ้นก็ไม่ผิดอะไร ขอแค่ไม่ลืมว่าจุดหมายจริง ๆ คือการค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น มั่นคงขึ้น และเชื่อในตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่ขึ้นไปบนคาน

และไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนของการฝึกตอนนี้ แค่คุณยังเลือกที่จะกลับไปซ้อม การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ซ้ำอีกวัน ก็ถือว่าคุณก้าวหน้าไปไกลกว่าคนที่ไม่กล้าขึ้นคานตั้งแต่แรกแล้ว 💙🤸‍♀️