การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย คือวิธีการฝึกที่เน้น “บาลานซ์และความมั่นใจ” เป็นหลัก มากกว่าจะรีบไปสู่ท่าโหด ๆ บนคานสูงในทันที คานทรงตัวเตี้ย (low beam) ทำหน้าที่เหมือนสนามซ้อมที่ปลอดภัย ให้ผู้ฝึกได้ลองเดิน ยืน หมุนตัว และเปลี่ยนทิศบนแผ่นคานแคบ ๆ จนสมองและกล้ามเนื้อคุ้นเคย ก่อนจะค่อย ๆ ขยับไปสู่ระดับที่สูงและยากขึ้นในอนาคต

ยุคนี้สายกีฬาไม่ได้อยู่แค่ในยิม หลายคนซ้อมเสร็จจากคานก็ไปดูแมตช์กีฬาที่ชอบ หรือนั่งพักสายตาพร้อมลุ้นความบันเทิงสายสปอร์ตออนไลน์ผ่านเว็บรวมเกม–กีฬาอย่าง ยูฟ่าเบท แล้วค่อยกลับมาลุยซ้อมในวันถัดไป ชีวิตเลยกลายเป็นจังหวะสลับกันระหว่าง “ดูคนอื่นโคตรบาลานซ์บนหน้าจอ” กับ “ฝึกบาลานซ์ของตัวเองบนคานจริง ๆ” แบบกลมกลืน
บทความนี้จะโฟกัสที่ “หนึ่งวิธีการฝึก” แบบเต็ม ๆ คือ การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย เราจะพาไปดูทั้งแนวคิดความปลอดภัย การเตรียมตัว ดริลล์พื้นฐาน ดริลล์ยกระดับ ตัวอย่างโปรแกรมฝึกสัปดาห์ และ FAQ สำหรับทั้งโค้ช ผู้ปกครอง และคนที่อยากเริ่มฝึกเองอย่างถูกต้อง
ทำไมต้องเริ่มที่คานทรงตัวเตี้ย ก่อนคานสูง
ก่อนจะขึ้นไปเดินบนคานสูง ถ้าขึ้นไปแบบ “ใจยังไม่พร้อม ขายังไม่คุ้น” โอกาสหลุดตกแล้วเสียความมั่นใจมีสูงมาก การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจึงเป็นเหมือนสนามฝึกกลาง ที่ช่วยให้พัฒนาทีละขั้นโดยไม่กดดันจนเกินไป
จุดเด่นของคานทรงตัวเตี้ยคือ
- เสี่ยงบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะสูงจากพื้นไม่มาก หากหลุดก็ยังอยู่ในระดับที่เบาะช่วยรองรับได้ดี
- โฟกัสที่เทคนิคแท้ ๆ ไม่ต้องเอาสมองไปกังวลเรื่องความสูงมากเกินไป
- เหมาะกับทุกวัย เด็กเล็ก ผู้เริ่มต้น หรือแม้แต่นักยิมระดับสูงที่อยากรีเซ็ตเทคนิค ก็ใช้คานเตี้ยฝึกได้
คิดง่าย ๆ ว่า low beam คือเวทีซ้อมที่ให้เรา “ลองผิดลองถูกแบบไม่ต้องกลัวสูง”
หลักคิดความปลอดภัยในการฝึกบนคานทรงตัวเตี้ย
การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย แม้จะเตี้ยกว่าแต่ก็ไม่ควรมองว่า “ปลอดภัยแน่นอน” จนละเลยพื้นฐานความปลอดภัย
สิ่งที่ต้องเช็กเสมอคือ
- พื้นต้องปูเบาะ รอบคานควรมีเบาะรองรับ แม้คานจะเตี้ยแต่การพลิกตกผิดมุมก็เจ็บได้
- คานต้องไม่ลื่น ผิวหน้าคานควรสะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่นหรือเหงื่อเกาะ
- รองเท้าหรือเท้าเปล่า ส่วนมากฝึกเท้าเปล่าจะรู้สึกกับผิวคานได้ดีที่สุด แต่ต้องมั่นใจว่าพื้นสะอาดและไม่มีของแหลม
- ห้ามวิ่งเล่นใกล้ ๆ คาน พื้นที่รอบคานควรโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง
เมื่อตั้งหลักเรื่องความปลอดภัยได้แล้ว เราก็ค่อยลงลึกเรื่องดริลล์สนุก ๆ บนคานกัน
เตรียมร่างกายก่อนขึ้นคาน: วอร์มอัปเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก
ถึงคานจะเตี้ย แต่การทรงตัวบนแผ่นแคบ ๆ ต้องใช้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ รอบข้อเท้า เข่า และสะโพกทำงานหนักกว่าปกติ
วอร์มอัปพื้นฐาน (ประมาณ 5–10 นาที)
- เดินบนพื้นปกติไป–กลับ 2–3 รอบ
- เดินเขย่งปลายเท้า และเดินลงส้น
- หมุนข้อเท้า ข้างละ 10–15 รอบ
- หมุนสะโพก เข่า และข้อมือ (เพราะบางดริลล์มีการใช้มือบนคาน)
ปลุกระบบบาลานซ์เบื้องต้น
- ยืนขาเดียว 10–15 วินาทีต่อข้าง บนพื้นราบ
- หลับตาแล้วลองยืนขาเดียว (ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจให้มีคนคอยเซฟ)
เมื่อร่างกายเริ่มอยู่กับการ “เสียบาลานซ์เล็ก ๆ” ได้ เราถึงจะขึ้นไปซ้อมบนคานอย่างสบายใจมากขึ้น
ดริลล์พื้นฐานบนคานทรงตัวเตี้ย: เริ่มจาก “เดินให้สวย” ก่อนท่าอื่น
การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจะเริ่มจากสิ่งที่ดูง่ายที่สุด คือ “การเดิน” แต่ไม่ใช่เดินชิล ๆ แบบบนพื้น เพราะทุกก้าวต้องทั้งโฟกัสและเก็บดีเทล
ดริลล์ที่ 1: เดินหน้า–ถอยหลังบนคาน
เป้าหมาย: ทำให้สมองคุ้นกับความแคบของคาน และรู้วิธีเอาน้ำหนักไปลงที่เท้าอย่างนุ่มนวล
วิธีฝึก
- ขึ้นไปยืนบนคาน มองไปด้านหน้า
- เดินไปข้างหน้าช้า ๆ ทีละก้าว ปลายเท้าหน้าแตะส้นเท้าหลัง (แบบเดินตัวตรง)
- ถึงปลายคานแล้วหยุด หายใจเข้า–ออกช้า ๆ
- เดินถอยหลังกลับ โดยโฟกัสที่ “รู้สึก” ถึงความกว้างของคานด้วยฝ่าเท้า
จุดสำคัญคือ “อย่ามองเท้าตลอดเวลา” ให้ฝึกใช้สายตาเหลือบลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ให้มองไปข้างหน้า เพื่อเลียนแบบสถานการณ์จริงเวลาขึ้นแข่งขัน
ดริลล์ที่ 2: เดินกางแขน – ควบคุมบาลานซ์แบบคลาสสิก
ดริลล์นี้ใช้ท่า “กางแขน” ที่ทุกคนนึกออกเวลาเห็นคนเดินบนคาน
- กางแขนออกด้านข้างในระดับไหล่
- เดินหน้า–ถอยหลังแบบดริลล์แรก
- ถ้ารู้สึกเอียง ลองใช้แขนข้างหนึ่งยกสูงอีกข้างลดลง ช่วยปรับสมดุล
การใช้แขนอย่างฉลาดช่วยลดโอกาสตก และเป็นสกิลที่ใช้จริงเวลาต้องแก้บาลานซ์กะทันหัน
ดริลล์ที่ 3: หยุด–เดิน–หยุด
เพื่อฝึก “การคุมตัวให้หยุดนิ่ง” ไม่ใช่แค่เดินไปเรื่อย ๆ
- เดินบนคาน 2 ก้าว → หยุดนิ่ง 2 วินาที
- เดินอีก 2 ก้าว → หยุดอีก 2 วินาที
- ทำจนสุดคานแล้วเดินกลับ
ท่านี้สะท้อนสถานการณ์จริงที่นักยิมต้องหยุดในบางจุดเพื่อโพสท่าหรือเตรียมเข้าสู่ท่าถัดไป
ดริลล์ยกระดับ: ทรงตัวขาเดียว ย่อเข่า และเปลี่ยนระดับ
เมื่อเดินพื้นฐานเริ่มนิ่งแล้ว การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจะเพิ่มความท้าทายทีละน้อย
ดริลล์ที่ 4: ทรงตัวขาเดียวบนคาน
เป้าหมาย: สร้างเสถียรภาพรอบข้อเท้า เข่า และสะโพก
- ยืนบนคานด้วยสองเท้า
- ค่อย ๆ ยกขาข้างหนึ่งขึ้น เหยียดไปด้านหน้า/ด้านหลัง หรือวางแค่ยกเข่า
- ค้างไว้ 5–10 วินาที แล้วสลับข้าง
สำหรับเด็กเล็กหรือผู้เริ่มต้น อาจให้จับมือโค้ชในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดการพึ่งพา
ดริลล์ที่ 5: ย่อเข่า (Plie/Small Squat) บนคาน
- ยืนเท้าห่างกันเล็กน้อยบนคาน
- ย่อเข่าลงเล็กน้อยเหมือนจะนั่งเก้าอี้เตี้ย ๆ แล้วดันตัวกลับขึ้น
- โฟกัสที่เข่าไม่เกินปลายเท้ามากเกินไป และลงน้ำหนักเต็มฝ่าเท้า
ท่านี้ช่วยเสริมกำลังต้นขาและบังคับให้ควบคุมศูนย์ถ่วงกลางลำตัวให้ดี
ดริลล์ที่ 6: ขึ้น–ลง คานอย่างควบคุม
การขึ้นและลงจากคานอย่างนิ่มนวลก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย
- ฝึกก้าวขึ้นคานจากด้านข้าง → ยืนตั้งหลัก → ก้าวลงอย่างนุ่มนวล
- หลีกเลี่ยงการกระโดดลงโดยไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น
- โฟกัสที่การลงส้นเท้านุ่ม ๆ เข่างอเล็กน้อย
ท่าขึ้น–ลงสวย ๆ มักถูกมองข้าม แต่ในสายตากรรมการถือเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ของชุดท่า
ดริลล์การหมุนตัวและเปลี่ยนทิศบนคานเตี้ย
เมื่อเดินและยืนได้คล่องแล้ว ก็ถึงเวลาเพิ่ม “ความซับซ้อน” แบบสนุก ๆ
ดริลล์ที่ 7: หมุนตัว 90 องศา และ 180 องศา
- ยืนหันหน้าไปทิศทางเดียวกับคาน
- หมุนตัวเล็ก ๆ 90 องศาไปด้านข้าง แล้วหมุนกลับ
- เมื่อเริ่มชิน ลองหมุน 180 องศาเปลี่ยนจากหันหน้าไปข้างหน้าเป็นหันกลับหลัง
สิ่งสำคัญคือ “ยกส้นเท้าขึ้นนิดหน่อย” เพื่อให้การหมุนลื่น ไม่ฝืนข้อเท่า
ดริลล์ที่ 8: เดินหน้า–หมุน–ถอยหลัง
ท่านี้จำลองแพทเทิร์นของท่าจริงในชุดแข่ง
- เดินหน้า 3–4 ก้าว
- หมุนตัว 180 องศา
- เดินถอยหลังกลับ 3–4 ก้าว
ระหว่างฝึกดริลล์พวกนี้ บางคนอาจใช้ช่วงพักสั้น ๆ แอบเช็กผลกีฬา หรือส่องโปรฯ กิจกรรมสายสปอร์ตในเว็บโปรดของตัวเอง เช่นแวะดูอะไรสนุก ๆ บน ทางเข้า UFABET ล่าสุด สักนิด แล้ววางมือถือกลับมาขึ้นคานซ้อมต่อ ก็เป็นวิธีพักหัวแต่ไม่พักขาแบบคนยุคใหม่ดีเหมือนกัน 😄
ดริลล์เชื่อมท่า: ทำให้คานกลายเป็น “เรื่องราวต่อเนื่อง”
จุดต่างของการเดินเล่นบนคานกับ “ยิมนาสติกจริง ๆ” คือ การเชื่อมท่าหลายท่าเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ยจึงควรมีช่วงที่ให้ผู้ฝึกลองต่อท่าเอง
ตัวอย่างคอมโบง่าย ๆ
- ขึ้นคาน → เดินหน้า 3 ก้าว → หยุดโพสท่ากางแขน
- ทรงตัวขาเดียวข้างขวา 5 วินาที → วางเท้าลง
- เดินต่ออีก 2 ก้าว → หมุนตัว 180 องศา
- เดินถอยหลัง → ลงจากคานอย่างนุ่มนวล
จุดนี้โค้ชสามารถให้เด็ก ๆ หรือผู้ฝึกคิดคอมโบของตัวเอง จะช่วยเพิ่มความสนุกและความเป็นเจ้าของท่า ทำให้รู้สึกว่าบนคานมี “สไตล์ของเราเอง”
ตัวอย่างโปรแกรมฝึก 4 สัปดาห์ ด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย
เพื่อให้เห็นภาพว่า การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ใช้เป็นโปรแกรมจริง ๆ ได้ยังไง ลองดูตัวอย่างนี้ (สัปดาห์ละ 2–3 วัน)
สัปดาห์ที่ 1 – ทำความคุ้นเคยกับคาน
โฟกัส: เดินหน้า–ถอยหลัง, กางแขน, หยุด–เดิน–หยุด
- แต่ละเซสชันฝึกดริลล์เดิน 10–15 นาที
- เน้นให้ผู้ฝึก “ไม่เกร็งเกินไป” และหายใจเป็นจังหวะ
สัปดาห์ที่ 2 – เพิ่มท่าทรงตัวและย่อเข่า
โฟกัส: ทรงตัวขาเดียว, ย่อเข่า, ขึ้น–ลงคาน
- ให้ผู้ฝึกลองขาเดียวทีละข้าง
- เพิ่มความมั่นใจในการขึ้น–ลงอย่างนุ่มนวล
สัปดาห์ที่ 3 – เริ่มหมุนและเปลี่ยนทิศ
โฟกัส: หมุน 90/180 องศา, เดินหน้า–หมุน–ถอยหลัง
- ฝึกหมุนทีละน้อย ก่อนจะเพิ่มความเร็ว
- สอนการแก้บาลานซ์ด้วยแขนและสายตา
สัปดาห์ที่ 4 – เชื่อมท่าเป็นคอมโบเล็ก ๆ
โฟกัส: ต่อ 3–5 ท่าติดกันบนคานเตี้ย
- ให้ผู้ฝึกออกแบบคอมโบเอง 1–2 แบบ
- โค้ชช่วยปรับฟอร์ม ให้ลื่นและปลอดภัย
ถ้าผู้ฝึกผ่านโปรแกรมนี้ได้อย่างมั่นใจ การขยับไปลองบนคานที่สูงขึ้น (พร้อมเบาะและโค้ช) จะรู้สึกไม่ได้น่ากลัวเท่าวันแรก ๆ ที่ขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีแก้
มองเท้ามากเกินไป
ผลคือคอและหลังเกร็ง การทรงตัวเสีย และไม่ชินกับการมองด้านหน้า
วิธีแก้:
ฝึกมองไปข้างหน้าเป็นหลัก ใช้สายตาเหลือบลงเท้าเฉพาะตอนเริ่มต้น หรือจังหวะที่ต้องเช็กตำแหน่งเท้าจริง ๆ
เกร็งทั้งตัวจนขยับไม่ลื่น
บางคนกลัวตก เลยเกร็งจนไม่กล้าแก้บาลานซ์
วิธีแก้:
สอนให้เข้าใจว่า “การแก้บาลานซ์นิด ๆ” เป็นเรื่องปกติ ให้ใช้แขน–ข้อเท้าขยับเล็กน้อยแทนการล็อกตัวแช่แข็ง
ขึ้น–ลงคานแบบกระโดดแรงเกินไป
ทำให้แรงกระแทกไปลงที่เข่าและข้อเท้าโดยไม่จำเป็น
วิธีแก้:
ย้ำหลักการลงพื้นแบบนุ่มนวล งอเข่า และลงเต็มฝ่าเท้า ใช้ดริลล์ขึ้น–ลงคานเฉพาะทางช่วยให้ชิน
ปรับดริลล์คานเตี้ยสำหรับเด็กเล็ก vs ผู้ใหญ่เริ่มต้น
เด็กเล็ก
- ใช้เกมช่วย เช่น “เดินเป็นหมีบนคาน”, “หยุดโพสท่าเจ้าแม่สายฟ้า”
- ให้จับมือโค้ชหรือใช้สายเซฟในช่วงแรก
- ใช้เวลาฝึกสั้น แต่บ่อย เน้นให้สนุกก่อนเก่ง
ผู้ใหญ่เริ่มต้น
- อธิบายกลไกบาลานซ์ให้เข้าใจ เช่น การใช้ core การเก็บสะโพก
- ไม่กดดันเรื่องท่าสวยมากในช่วงแรก ให้เป้าหมายอยู่ที่ “ยืนไม่กลัวคาน” ก่อน
- เพิ่มดริลล์เสริมกำลังเท้า–สะโพกควบคู่ไปด้วย เช่น calf raise, side step
FAQ – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย
ถาม: เด็กอายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฝึกบนคานเตี้ยได้?
ตอบ: โดยทั่วไปเด็กประมาณ 4–5 ขวบก็เริ่มฝึกบนคานเตี้ยได้แล้ว ถ้ามีผู้ใหญ่คอยดูแลและปูเบาะรองรับอย่างดี ช่วงแรกเน้นเดินช้า ๆ และเกมบาลานซ์ง่าย ๆ ก่อน
ถาม: ฝึกบนคานเตี้ยแล้วจะช่วยคานสูงจริง ๆ แค่ไหน?
ตอบ: ช่วยเยอะมาก เพราะ pattern การใช้เท้า เข่า สะโพก และแขนคล้ายกัน ต่างกันหลัก ๆ ที่เรื่องความสูงและความกดดัน หากพื้นฐานบนคานเตี้ยแน่น การย้ายขึ้นคานสูงจะเร็วและปลอดภัยกว่าเริ่มจากศูนย์บนคานสูงโดยตรง
ถาม: ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเล่นยิมมาก่อน ฝึกคานเตี้ยได้ไหม?
ตอบ: ได้ และถือว่าเป็นการฝึกบาลานซ์ที่ดีมากสำหรับผู้ใหญ่ด้วย ช่วยทั้งเรื่องการป้องกันหกล้ม การยืนทำงานนาน ๆ และการเล่นกีฬาอื่นที่ต้องอาศัยการทรงตัว
ถาม: ต้องใช้คานยิมจริง ๆ เท่านั้นไหม? ใช้ขอบพื้นหรือเส้นกาวแทนได้ไหม?
ตอบ: ช่วงแรกการฝึก “เดินบนเส้น” บนพื้นราบ เช่น ใช้เทปแปะพื้นหรือแผ่นไม้แคบ ๆ ก็ช่วยได้ แต่ถ้าจะเอาฟีลลิ่งแบบคานจริง ๆ ทั้งเรื่องความสูงและสัมผัส สุดท้ายการมีคานเตี้ยจริง ๆ จะตอบโจทย์มากกว่า
ถาม: ถ้ากลัวตกมาก ๆ ควรเริ่มยังไงดี?
ตอบ: เริ่มจากการเดินบนเส้นบนพื้นก่อน แล้วขึ้นคานที่เตี้ยมาก ๆ พร้อมเบาะหนา และให้โค้ชเดินขนาบข้างหรือให้เพื่อนยืนคอยช่วยจับมือในช่วงแรก
ถาม: ต้องฝึกสัปดาห์ละกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ตอบ: ถ้าฝึก 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์มักเห็นความต่างชัดเจน ทั้งเรื่องความมั่นใจ การเดินนิ่งขึ้น และการทรงตัวขาเดียวได้ดีขึ้นบนคาน
ถาม: การฝึกบนคานเตี้ยช่วยกีฬาอื่นได้ไหม?
ตอบ: ช่วยแน่นอน ทุกกีฬาที่ต้องใช้บาลานซ์ เช่น ฟุตบอล บาส แบดมินตัน เทนนิส หรือแม้แต่กีฬาเอ็กซ์ตรีม จะได้ประโยชน์จากข้อเท้า–สะโพกที่มั่นคงขึ้นและการคุมศูนย์ถ่วงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย กับศิลปะของ “การยืนมั่นในพื้นที่แคบ ๆ”
ย้อนกลับมาดูดี ๆ จะเห็นว่า การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ไม่ได้สอนเราแค่ท่ายืนบนไม้แคบ ๆ แต่มันกำลังสอน “ศิลปะของการยืนมั่นในพื้นที่ที่จำกัด”
บนคาน เราต้องรู้จักปล่อยให้เท้าเล็ก ๆ ของเราปรับสมดุลทีละนิด
ต้องรู้จักยอมเอียงเล็ก ๆ เพื่อจะไม่ล้มใหญ่
ต้องยอมรับว่าบางก้าวอาจสั่น แต่ถ้าไม่หยุดเดิน เราก็ยังไปต่อได้
ในชีวิตจริงก็ไม่ต่างกันนัก หลายครั้งพื้นที่ให้เลือกอาจดูแคบ งานที่รับผิดชอบเยอะ ความกดดันสูง เราอาจรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนคานตลอดเวลา การฝึกบาลานซ์บนคานเตี้ยจึงเป็นเหมือนเกมจำลอง ที่ช่วยเตือนว่า
ต่อให้พื้นที่จะแคบแค่ไหน ถ้าเรายังหายใจลึก ๆ กางแขนคุมสมดุล และกล้าก้าวต่อทีละก้าว เราก็มีสิทธิ์เดินไปจนสุดคานในแบบของเราเอง
ระหว่างทาง เราก็ยังแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักสมองจากคานบ้าง จะไปดูแข่งกีฬา ลุ้นแมตช์สนุก ๆ หรือแวะเช็กอะไรมัน ๆ บน สมัคร UFABET ก่อนกลับมาจับคานใหม่ในวันรุ่งขึ้นก็ไม่ผิดอะไร ขอแค่ไม่ลืมว่าจุดหมายจริง ๆ คือการค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น มั่นคงขึ้น และเชื่อในตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่ขึ้นไปบนคาน
และไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนของการฝึกตอนนี้ แค่คุณยังเลือกที่จะกลับไปซ้อม การฝึกยิมนาสติกด้วยดริลล์คานทรงตัวเตี้ย ซ้ำอีกวัน ก็ถือว่าคุณก้าวหน้าไปไกลกว่าคนที่ไม่กล้าขึ้นคานตั้งแต่แรกแล้ว 💙🤸♀️